"ทำไมถึงเป็นริดสีดวง?" — คำถามที่ทุกคนถามตัวเองเมื่อเริ่มมีอาการ บางคนเชื่อว่าเป็นเพราะ กินเผ็ดมาก หรือ ตากเย็น ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่ บทความนี้ทีมแพทย์จะเล่าให้ฟังว่ากลไกของโรคเป็นยังไง สาเหตุที่แท้จริงมีอะไรบ้าง คุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงไหม และจะป้องกันได้อย่างไร
กลไกของโรค — เกิดขึ้นในร่างกายยังไง?
ปกติแล้วบริเวณทวารหนักมี หลอดเลือดดำ (Veins) เป็นกลุ่มหมอน (Cushions) ที่ช่วยปิดปากทวารและควบคุมการระบายอุจจาระ — เป็นโครงสร้างปกติของทุกคน ไม่ได้เป็นโรค
แต่เมื่อมี แรงดันสะสมในช่องท้องและทวารหนักเป็นเวลานาน (จากการเบ่ง นั่งนาน น้ำหนักเกิน ฯลฯ) หลอดเลือดเหล่านี้จะ:
- โป่งพอง เพราะเลือดคั่ง ไหลกลับหัวใจไม่ทัน
- ผนังหลอดเลือดอ่อนแอลง จากการขยายซ้ำๆ
- เนื้อเยื่อยึดหลอดเลือด (Suspensory Ligament) ฉีกขาด
- หลอดเลือดที่โป่งจึง ยื่นออกมาจากทวารหนัก = ริดสีดวงทวาร
เมื่อยื่นออกมาแล้วจะแตะกับการถ่ายอุจจาระทุกครั้ง ทำให้ เลือดออก เจ็บ คัน บวม และอาจลุกลามขึ้นเรื่อยๆ ดูระยะแต่ละขั้นใน บทความ 4 ระยะของริดสีดวง
9 สาเหตุหลักของริดสีดวง
1 ท้องผูกเรื้อรัง
สาเหตุอันดับ 1 ที่หมอเจอบ่อยที่สุด — อุจจาระแข็ง ต้องเบ่งแรง แรงดันในทวารหนักสูงทุกครั้งที่ถ่าย หลอดเลือดทนไม่ไหวจึงโป่ง คนท้องผูกที่ถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้ง/สัปดาห์ มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป 3-5 เท่า
2 นั่งนาน — โดยเฉพาะนั่งห้องน้ำ
คนทำงานออฟฟิศ คนขับรถ คนเล่นมือถือบนชักโครก — การนั่งทำให้ เลือดคั่งในหลอดเลือดทวาร ไหลกลับหัวใจช้า ยิ่งนั่งโถส้วมเกิน 5 นาทีจะเพิ่มแรงดันเพราะรูตรงกลางเปิดให้ทวารยื่นลง
3 เบ่งถ่ายแรง / กลั้นถ่าย
เบ่งแรงเหมือนยกของหนักในร่างกาย — เพิ่มแรงดันในช่องท้องและทวาร 3-4 เท่า ส่วนคนที่กลั้นถ่ายบ่อยๆ ทำให้อุจจาระอยู่นานจนแข็ง ต้องเบ่งมากขึ้นเมื่อถ่าย กลายเป็นวงจร
4 ตั้งครรภ์ / หลังคลอด
มี 2 ปัจจัยรวมกัน — ฮอร์โมน Progesterone ทำให้หลอดเลือดผ่อนคลายและขยายง่ายขึ้น + น้ำหนักมดลูกกดทับหลอดเลือดในช่องท้อง ทำให้แม่ตั้งครรภ์ 30-40% เป็นริดสีดวง โดยเฉพาะไตรมาส 3 และหลังคลอดจากการเบ่ง
5 น้ำหนักเกิน / อ้วน
น้ำหนักตัวเกินทำให้ แรงดันในช่องท้องสูงตลอดเวลา โดยเฉพาะคนที่มีไขมันรอบเอวมาก (อ้วนลงพุง) ค่า BMI สูงกว่า 25 มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 2 เท่า
6 อาหารกากใยน้อย
กินเนื้อสัตว์ ของทอด แป้งขัดสีมาก ผัก-ผลไม้น้อย → อุจจาระเล็ก แข็ง ขับถ่ายลำบาก ต้องเบ่ง คนไทยส่วนใหญ่ได้รับใยอาหารเพียง 10-15g/วัน ขณะที่ควรได้ 25-30g
7 ดื่มน้ำน้อย
น้ำเป็นส่วนประกอบ 75% ของอุจจาระ คนที่ดื่มน้ำน้อยกว่า 1 ลิตร/วัน อุจจาระแห้ง แข็ง เหมือนคนท้องผูก ควรดื่ม 8-10 แก้ว (2-2.5 ลิตร)/วัน
8 ยกของหนักประจำ / ออกกำลังกายผิดวิธี
คนทำงานยกของ ขนของ หรือเล่นเวต-Powerlifting (Squat, Deadlift หนัก) ต้องเบ่งเก็บลมระหว่างออกแรง เพิ่มแรงดันในช่องท้อง 4-5 เท่า ทำซ้ำๆ จะทำให้หลอดเลือดทวารโป่ง
9 อายุ 45 ปีขึ้นไป + พันธุกรรม
เมื่ออายุมากขึ้น เนื้อเยื่อที่ยึดหลอดเลือดทวารหย่อนยานตามวัย — เป็นเหตุที่คนอายุ 45-65 ปีพบบ่อยที่สุด ส่วนพันธุกรรมเป็นปัจจัยเสริม ไม่ใช่สาเหตุหลัก แต่ถ้าครอบครัวเป็น มีโอกาสเป็นสูงกว่าคนทั่วไป 2-3 เท่า
ความเชื่อผิดๆ — ไม่ใช่สาเหตุของริดสีดวง
5 ความเชื่อที่คนไทยมักเข้าใจผิด
- "กินเผ็ดทำให้เป็นริดสีดวง" — ไม่ใช่สาเหตุโดยตรง แต่เผ็ดอาจทำให้อาการกำเริบขึ้นถ้าเป็นอยู่แล้ว
- "นั่งพื้นเย็นทำให้เป็น" — ไม่จริง อุณหภูมิภายนอกไม่เกี่ยวกับหลอดเลือดทวาร
- "เป็นเพราะกินกาแฟ" — กาแฟอาจทำให้ขาดน้ำเล็กน้อย แต่ไม่ใช่สาเหตุหลัก
- "ริดสีดวงติดต่อทางเพศสัมพันธ์" — ไม่ติดต่อ ไม่ใช่โรคติดเชื้อ
- "ผู้ชายเสี่ยงกว่าผู้หญิง" — ทั้งสองเพศมีความเสี่ยงพอๆ กัน ผู้หญิงอาจสูงกว่าตอนตั้งครรภ์
ใครเสี่ยงเป็นริดสีดวงสูงสุด?
เช็คตัวเอง — ถ้าตรงกับ 2 ข้อขึ้นไป คุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยง:
คนทำงานออฟฟิศ
นั่งทำงาน 8 ชม./วัน เลือดคั่ง
คนตั้งครรภ์ / หลังคลอด
เสี่ยงสูง 30-40% โดยเฉพาะไตรมาส 3
ผู้สูงอายุ 45+
เนื้อเยื่อหย่อนตามวัย
น้ำหนักเกิน BMI 25+
แรงดันในช่องท้องสูง
ท้องผูกเรื้อรัง
ถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้ง/สัปดาห์
คนยกของหนัก / Lifter
งานก่อสร้าง ขนของ Powerlifting
ครอบครัวมีคนเป็น
โอกาสสูงกว่า 2-3 เท่า
เล่นมือถือในห้องน้ำ
นั่งโถส้วมเกิน 10 นาที
เริ่มมีอาการแล้ว? เช็คก่อนปล่อยไว้นาน
ส่งภาพ + เล่าอาการให้ทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางทาง LINE ฟรี — รู้ระยะเร็ว รักษาได้ง่าย ก่อนลุกลามถึงระยะที่ต้องผ่าตัด
ส่งรูปให้ทีมแพทย์ประเมิน ฟรี!ปล่อยไว้ไม่รักษา — เกิดอะไรขึ้น?
ริดสีดวงไม่อันตรายถึงชีวิตในทันที แต่ถ้าปล่อยไว้นานจะเกิด ภาวะแทรกซ้อนดังนี้:
เลือดออกเรื้อรังจนซีด
เลือดออกทุกครั้งที่ถ่าย สะสมนานๆ ทำให้ค่า Hemoglobin ต่ำ เหนื่อยง่าย ใจสั่น
ลิ่มเลือดในติ่ง (Thrombosed)
เจ็บรุนแรงเฉียบพลัน นั่งไม่ได้ ก้อนสีม่วงเข้ม — ต้องการการผ่าตัดเล็กในชั่วโมงแรก
ติดเชื้อ + ฝีรอบทวาร
ถ้ามีแผลเปิดและไม่ดูแลความสะอาด อาจติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรง ต้องผ่าตัดด่วน
ลุกลามถึงระยะ 4 — ต้องผ่าตัดใหญ่
ระยะ 1-2 ดูแลตัวเองได้ แต่ระยะ 4 ต้องผ่าตัด ตัดเนื้อมาก ฟื้นตัวนาน 7-14 วัน
ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมหาศาล
ระยะ 1-2 รัดยาง 3,990 บาท / ระยะ 3-4 ผ่าตัด 15,900-39,900 บาท — ช้า = แพง
ป้องกันได้ — 8 พฤติกรรมที่ลดความเสี่ยง 80%
ดื่มน้ำ 8-10 แก้ว/วัน
ทำให้อุจจาระนุ่ม ไม่ต้องเบ่ง
กากใย 25-30g/วัน
ผัก ผลไม้ ธัญพืช ไม่ขัดสี
ไม่นั่งโถส้วมเกิน 5 นาที
ไม่เล่นมือถือ ตั้งเวลาตัวเอง
รู้สึกอยากถ่าย → ไปทันที
ไม่กลั้น อุจจาระจะไม่แข็ง
ลุกเดินทุก 1 ชั่วโมง
สำหรับคนทำงานนั่งทั้งวัน
ออกกำลังกาย 30 นาที × 3 วัน
เดินเร็ว ว่ายน้ำ โยคะ
ควบคุมน้ำหนัก BMI < 25
ลดแรงดันในช่องท้อง
ไม่ยกของหนักเกินตัว
ใช้ขาช่วย ไม่กลั้นลมเบ่ง
แพ็กเกจรักษา — ถ้าเริ่มเป็นแล้ว
ผ่าตัดยาชา
15,900.-
ระยะ 3-4
- เจ็บน้อยกว่าที่คิด
- เจล/แท่งเย็นลดปวด
- ไม่ต้องค้างคืน
ผ่าตัดดมยา
39,900.-
💳 ผ่อน 0% 10 เดือน
- ดมยาสลบ ไม่รู้สึก
- วิสัญญีแพทย์ดูแล
- 3,990/เดือน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ริดสีดวงเป็นโรคติดต่อไหม?
ไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่ติดทางเพศสัมพันธ์ ไม่ติดทางสัมผัส เกิดจากปัจจัยภายในร่างกายและพฤติกรรมส่วนตัวเท่านั้น แต่อาจมี พันธุกรรมที่ส่งต่อในครอบครัว — ทำให้คนในครอบครัวเดียวกันมีโอกาสเป็นสูงกว่าคนทั่วไป
นั่งนานทำให้เป็นริดสีดวงจริงไหม?
จริง — การนั่งนานทำให้เลือดคั่งในหลอดเลือดทวารหนัก โดยเฉพาะคนทำงานออฟฟิศ คนขับรถ และคนที่นั่งโถส้วมเล่นมือถือ ควรลุกเดิน 5 นาที ทุก 1 ชั่วโมง และไม่นั่งโถส้วมเกิน 5 นาที
คนตั้งครรภ์เป็นริดสีดวงต้องทำยังไง?
คนตั้งครรภ์เสี่ยงสูงเพราะ ฮอร์โมน + น้ำหนักมดลูก ส่วนใหญ่อาการดีขึ้นเองหลังคลอด 3-6 เดือน ระหว่างตั้งครรภ์ดูแลด้วย: ดื่มน้ำเยอะ กินกากใย แช่น้ำอุ่น — ไม่ควรใช้ยาเอง ปรึกษาสูตินรีแพทย์/ศัลยแพทย์ก่อนใช้ยาเสมอ
กินเผ็ดทำให้เป็นริดสีดวงไหม?
ไม่ใช่สาเหตุโดยตรง — แต่ของเผ็ดอาจทำให้ อาการกำเริบถ้ามีริดสีดวงอยู่แล้ว เพราะ Capsaicin ในพริกระคายเคืองเยื่อบุทวาร ถ้าเริ่มเป็นแล้วควรหลีกเลี่ยงของเผ็ดจัด แอลกอฮอล์ และของทอด
ริดสีดวงไม่รักษาจะอันตรายไหม?
ไม่อันตรายถึงชีวิตทันที — แต่ถ้าปล่อยไว้นานอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน: เลือดออกเรื้อรังจนซีด / ลิ่มเลือดในติ่ง / ติดเชื้อ / ต้องผ่าตัดใหญ่ ค่าใช้จ่ายและเวลาฟื้นตัวจะเพิ่มขึ้นมหาศาลถ้ารักษาช้า รักษาตั้งแต่ระยะแรก = เจ็บน้อย ค่าน้อย หายเร็ว
เด็กก็เป็นริดสีดวงได้ไหม?
เป็นได้แต่พบน้อย — เด็กที่ท้องผูกเรื้อรัง กินผัก-ผลไม้น้อย ดื่มน้ำน้อย อาจเป็นริดสีดวงระยะ 1-2 ได้ ดูแลด้วยการปรับอาหารและพฤติกรรมการขับถ่าย ถ้าอาการไม่ดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ ควรพบกุมารแพทย์
รู้แล้วว่ามีอาการ — เริ่มปรึกษาทีมแพทย์
ทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางลำไส้ใหญ่และทวารหนักประจำคลินิกทุกวัน ปรึกษา LINE ฟรี — หรือโทรนัดเข้าตรวจที่รวมสุข ศัลยกรรม สาขาพระราม 2
สรุป
ริดสีดวงเกิดจาก หลอดเลือดดำในทวารหนักโป่งพองเพราะมีแรงดันสะสมระยะยาว — 9 สาเหตุหลักคือ ท้องผูก นั่งนาน เบ่งแรง ตั้งครรภ์ น้ำหนักเกิน กากใยน้อย ดื่มน้ำน้อย ยกของหนัก และอายุ 45+
ทั้งหมดนี้ ป้องกันได้ 80% ถ้าปรับพฤติกรรม — ดื่มน้ำเยอะ กินกากใย ไม่นั่งโถส้วมนาน ออกกำลังกายเป็นประจำ และไม่กลั้นถ่าย
ถ้าเริ่มมีอาการแล้ว อย่าปล่อยไว้ — รักษาตั้งแต่ระยะแรกราคาน้อย เจ็บน้อย หายเร็วกว่ามาก ปล่อยถึงระยะ 4 ต้องผ่าตัดใหญ่